JKS

JKS
Showing posts with label [แปลบทความ] จางกึนซอก. Show all posts
Showing posts with label [แปลบทความ] จางกึนซอก. Show all posts

2014-09-28

[แปลบทความ] บทความ จางกึนซอก จากนิตยสาร entertainment Shanghai

ก่อนอ่านขออกตัวก่อนว่าบทความนี้ภาษาอังกฤษมาแบบงงมากๆ ทั้งคนแปลไทยและคนเรียบเรียงช่วยกันทำให้มันออกมาเข้าใจง่ายที่สุดแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี 555 อ่านขำๆกันไปละกันเนอะ
  
(Note:สัมภาษณ์ระหว่างการบันทึกรายการ “New Clothes for Goddess" เมื่อวันที่ 28 ส.ค.)

hiAH9y.jpg

โดยปกติบุคลิกหลักใน  'New clothes for goodness' ส่วนใหญ่จะเป็นแนวผู้หญิงสดใส แม้กระทั่งแขกที่เชิญมาก็ยังคอมเมนท์ว่าสวยสู้จางกึนซอกไม่ได้ ความจริงคือการบันทึกเทปรายการวันนั้นผู้ชายเด่นกว่า

ในการแสดงที่พูดถึงเกี่ยวกับความสวยงามของผู้หญิง เทพบุตรฝายชายที่นำเสนอโดยจางกึนซอกในฐานะผู้ไถ่บาป  เขาแค่เพียงส่งสายตาเขาก็สามารถชนะใจทุกคนได้แล้ว
 
H7fgDl.jpg


ความเป็นผู้ชาย
'ดื่มได้(แอลกอฮอล์) นอนดึกได้ ปีนเขาได้'
แฟนๆต้องรอสักระยะนึงหนังสือจะแผงวันที่28สิงหาและรายการ “New Clothes for Goddess” จะออกอากาศทางทีวีในปลายเดือนกันยา

คืนก่อนหน้าที่จะบันทึกเทปรายการ ดีไซนเนอร์และนางแบบหญิงต้องมาซ้อมก่อน ตอนที่ดีไซเนอร์ได้ยินว่าจางกึนซอกจะมาบันทึปเทปรายการในวันพรุ่งนี้เขามีความสุขมาก  'คุณรู้อะไรไหม ?

ก่อนที่เขาจะเดบิวด์ตอนที่เขายังเด็ก ฉันรู้จักเขา วันนั้นเราดื่มเหล้าและพูดคุยกัน พวกเราสนุกกันมาก'

เขาบอกว่าจางกึนซอกมีพรสวรรค์ทางแฟชั่น พอถามว่าไปทำอะไรกันต่อหลังจากดื่มเสร็จเขาได้แต่ยิ้มแล้วไม่พูดอะไร

เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ ตอนที่จางกึนซอกมาอัดรายการในวันต่อมา เขายืนยันมันด้วยตัวเอง นอกจากจางกึนซอกแล้วยังมีบิ๊กบราเธอร์มาด้วย เขาทั้งสองขึ้นบนเวทีด้วยชุดสุภาพบิ๊กบราเธอร์บอกว่าเขาเป็นเพื่อนดื่มของจางกึนซอก  จางกึนซอกบอกว่า "ปกติเวลาดื่มเขาไม่ได้แต่งตัวแบบนี้ เราจะแต่งตัวสบายๆ"จางกึนซอกจับเนคไทของบิ๊กบราเธอร์ แล้วพูดว่า "ไม่คิดว่านายหล่อขนาดนี้  ฉันรู้ว่านายต้องอึดอัดแน่ๆ"

ผู้ชายเวลาดื่มมักจะใจดี ปัจจุบันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถสังเกตเห็นผู้ชายได้หลายแบบ ผู้ชายสวยบางคนอาจไม่เหมาะกับสไตล์ของผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงสูง

ดื่มเล็กน้อยมันโอเคแต่ถ้ามากเกินไปมันไม่ดีกับร่างกาย จากการสังเกตจางกึนซอกสามารถบอกได้ว่าเขารู้วิธีควบคุมมันได้ การบันทึกเทปรายการของเขาเกิดขึ้นหลังเที่ยงคืนแต่เขามาถึงตั้งแต่4ทุ่มเขารออย่างอดทนการบันทึกเทปรายการของเขาเสร็จประมาณตี3 หลังจากถึงโรงแรมเราเดาได้เลยว่าเขาจะได้นอนกี่โมงมันน่าจะประมาณตี 4 แต่หลังจากเขาพักได้ 1 วัน เขาก็ไปปรากฎตัวที่กำแพงเมืองจีนที่ซึ่งห่างจากที่นี่ 60 กิโลเมตร เขาผู้ที่ไม่เคยไปกำแพงเมืองจีนมาก่อนไม่สามารถครอบครองโลก ผู้ชายที่มีพลัง

ในทางเปรียบเทียบดูผู้หญิงอ่อนแอกว่างั้นเหรอ?



E04Qhi.jpg

การแข่งขันความดูดี
'การออกกำลังเพื่อให้ท้องมีสุขภาพดี ตั้งใจแสดงความบังเอิญ'
จากที่เคยกล่าวไว้จางกึนซอกและ CBS(ดีไซเนอร์)เคยดื่มและพูดคุยกัน ความสามารถทางด้านแฟชั่นจะต้องระดับอยู่ในระดับที่ดี มาพูดถึง 'New cloth for goodness'แน่นอนอยู่แล้วเขาต้องแสดงความคิดเห็นเรื่องแฟชั่น

อยากบอกไว้ตรงนี้ว่าเพื่อที่จะเชิญจางกึนซอกมา ทีมงานต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ต้องใช้ความสนิทสนม ได้ยินมาว่ามีความเป็นเพื่อนเหลายระดับ พื่อที่จะเชิญจางกึนซอกมาในรายการ  เขาให้เกียรติแก่เพื่อนเขาอย่างมาก

พอดาราใหญ่มาถึงบอดี้การ์ดที่สูง1.85เมตร หน้าอก100cm  เอว40 cm พูดง่ายๆว่าคือกลุ่มบอดี้การ์ดผมสั้นในชุดดำ  ผู้ัดการที่อยู่ข้างหน้าต้องมีพลัง'ขอประกาศว่าขอดูไอดีสำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่ห้ามถ่ายรูปและวีดีโอคนที่เพิ่งเข้ามา คุณมาจากไหน?...'


ล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดและผู้จัดการ  จางกึนซอกก็ยังเด่นท่ามกลางผู้ชายเขาพูดช้าๆและนุ่มมีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่งตัวดี ไม่ว่าเวลาใดก็ตามเขาดูเป็นกันเอง "เวลาผู้ชายอายุเกิน25ปีแล้ว ต้องรู้วิธีดูแลร่างกายผมยืนยันที่จะฟิตหน้าท้อง จางกึนซอกกล่าวไว้ เสื้อผ้าที่เขาใส่คืนนั้นจางกึนซอกบอกว่าเพราะมางานแฟชั่น เลยไม่สามารถแต่งตัวเป็นทางการมากนัก วันนี้เสื้อของผมเลยใส่สบาย" ด้วยภาพลักษณ์ของเขาเวลากล้องถ่ายมาที่เขา แม้ว่าจะมีดาราสาวอยู่ตรงนั้น เสียงกรี๊ดจากผู้ชมก็ยังมีให้แก่เขา


การแข่งความฉลาด

"นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินว่านานะเป็นแฟนสาวของศาสตราจารย์โด"
เทพบุตรผู้ที่ชนะท่ามกลางโลกของเทพธิดา ต้องใช้ทั้งรูปลักษณ์และสติปัญญา เห็นได้ชัดว่าจางกึนซอกเป็นหนึ่งในคนประเภทนั้น


กลับไปที่หัวข้อการดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่านี้จะเป็นไลฟ์สไตล์ของเขาแต่ เขาบอกว่าไม่อยากให้เยาวชนที่ชื่นชอบเขาลอกเลียนแบบ 'ตอนแรกผมชอบดื่มแอลกอฮอล์เพื่อที่จะผ่อนคลาย เพราะพอโตขึ้นความรับผิดชอบและความกดดันมากขึ้น ปัจจุบันนี้พอผมมีความกดดันผมมักจะเลือกที่จะออกกำลังกายแทนซึ่งก็สามารถผ่อนคลายได้และยังทำให้รักษาหุ่นได้อีกด้วย' หลังจากที่เขาพูดก่อนหน้านั้นมันเหมือนการเอาน้ำออก

การมามีส่วนร่วมในรายบการ 'new cloth for goodness' เขาได้เห็นผู้หญิงในหลายแบบในรายการเราถามเขาว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหนมากที่สุด "ผมเห็นพวกเธอส่วนมากจะสูง ผมเองก็ค่อนข้างสูงก็น่าจะสามารถทำรายการนี้ได้ ผมมีความสุขหลังจากดูรายการนี้ผมรู้สึกว่าไม่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเลย ผมจะต้องมาร่วมงานนี้อีกให้ได้"

เกี่ยวกับข่าวลือที่ว่านานะผู้ร่วมรายการเป็นแฟนสาวของศาสตราจารย์โด ขอการยินยันจากจางกึนซอก เขามองไปที่บิ๊กบราเธอร์และตอบอย่างซีเรียสว่า "ผมเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก"บิ๊กบราเธอร์เองก็ตอบทันทีว่า "ผมเองก็เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกเหมือนกัน"

เทพบุตรคุณมีไหวพริบมาก

สุดท้ายจางกึนซอกให้คำจำกัดความสำหรับเทพบุตร เทพธิดาว่า เทพธิดาต้องดูดีและมีจิตใจที่ดี ส่วนเทพบุตรต้องมีความมั่นใจแบบเขามันถึงจะเหมาะสม
 
 English translation: Wen Lee from ECI
Thai translation:  @peeseagull
www.jangkeunsukthailand.com

2012-09-12

[แปลบทความ] นักแสดงหนุ่มที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้ – จางกึนซ็อก

[แปลบทความ] นักแสดงหนุ่มที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้ – จางกึนซ็อก
Cr. jangkeunsukthailand

จางกึนซ็อก – ไม่มีใครสามารถแทนที่บทบาทของเขาได้นอกจากตัวเขาเอง


[ผลงานที่ผ่านมา]

Is good to live like this?, Love Rain (KBS2), You’re My Pet (2011), Mary Stayed All Night Out (KBS2, 2010), You Are Beautiful (SBS, 2009), The Case of Itaewon Homicide (2009), Beethoven Virus (MBC, 2008), Baby & Me (2008), Doremifasolatido (2008), Hong Gi Dong (KBS2, 2008), Long Wait of 24 Months (2008), Happy Life (2007), Huang Jin Yi(KBS2, 2006), One Missed Final Call (2006), Alien Same (2006), Lovers In Prague (2005), Nonstop4 (MBC, 2003), Owls Museum (KBS2, 2003), Daemong (SBS, 2002), Orange (SBS, 2002), Ten Lucks in My Life (EBS, 2002), Fairy Keommi ( KBS 2001), The Reign of Women (SBS, 2001), An Encounter (SBS, 1999), Hugs (SBS, 1998), Happiness For Sale (HBS, 1997)


คนส่วนมากรู้สึกผิดหวังกับ You’re My Pet (ต่อจากนี้จะเรียกว่า YMP)หรือ Love Rain

มันอาจเกิดขึ้นได้ แต่นั่นเป็นการประเมินผลงานที่เสร็จสิ้นไปแล้ว และไม่อาจใช้ประเมินตัวตนของจางกึนซ็อกได้

นอกเหนือจากจางกึนซ็อกแล้ว ยังมีใครอีกเหรอในเกาหลีที่อยู่ในช่วงอายุ 20 กว่าๆ แล้วสามารถแสดงบทอินโฮใน YMP ได้? ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพื่อที่จะทำให้จีอึน (รับบทโดยคิมฮานึล) เจ้านายของเขามีความสุข อินโฮได้แสดงความสามารถและความน่ารักทั้งหมดของเขา เหมือนอยู่ในการแข่งขันเพื่ออวดเสน่ห์ของคุณออกมา

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จางกึนซ็อกซะหน่อย มันเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกเหนือจากขายจางกึนซ็อก 

แล้ว Love Rain ล่ะ? เพื่อแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวความรักในยุค 1970 ละครทีวีเรื่องนี้สร้างขึ้นราวกับว่าพวกเราได้ย้อนยุคกลับไปในปี 1970 จริงๆ แต่นั่นแหล่ะคือปัญหา การสวมบทบาทที่ทำให้คนทั่วไปขนลุก จางกึนซ็อกได้ทำหน้าที่ในการแสดงของเขาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว


โดยบุคลิกลักษณะ จางกึนซ็อกมีความแตกต่างจากนักแสดงเกาหลีส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก


ด้วยเหตุนี้ บางครั้งอาจไม่เพียงพอที่จะกล่าวถึงเขาแค่ในฐานะ “นักแสดง” ตามปกติแล้ว นักแสดงมักจะแสดงไปตามบทบาทมากกว่าที่จะเป็นตัวเองเวลาอยู่ต่อหน้ากล้อง เพราะนั่นคือวิธีการทำการแสดงของพวกเขา แต่จางกึนซ็อกนั้นต่างออกไป เขาไม่เพียงแต่ชอบทำการแสดงเมื่ออยู่ต่อหน้ากล้องเท่านั้น แต่ยังชอบแสดงตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมาด้วย การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างอิสระระหว่างการแสดงและตัวตนที่แท้จริง เป็นความสามารถพิเศษของจางกึนซ็อก

เขาเป็นนักแสดง “อาวุโส” ด้วยประสบการณ์การแสดงยาวนานกว่า 15 ปี ลองย้อนกลับไปดูละครที่เขาเล่นสิ : Hwang Jin Yi, Beethoven Virus, You’re Beautiful และภาพยนตร์ Happy Life, The Case of Itaewon Homicide เขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับบทบาทใดบทบาทหนึ่งเท่านั้น ไม่มีบทบาทไหนที่เขาแสดงซ้ำกันเลย และเขาก็ทำแต่ละบทบาทเหล่านั้นออกมาได้ดีเสียด้วย

ในขณะที่สังคมของคนเกาหลีถือว่าการถ่อมเนื้อถ่อมตัวคือสิ่งที่ถูกต้อง เขาเป็นคนหนึ่งและเป็นเพียงคนเดียวที่ยังคงต้องการจะทำตัวอิสระในที่สาธารณะ ซึ่งบางทีก็เป็นการเอาแต่ใจ และบางทีก็ดูเป็นเด็กๆ

เขาไม่ได้เสแสร้งที่จะเป็นผู้ชายแมนๆ ไม่ได้เสแสร้งที่จะมีความคิดโน่นนี่มากมาย เขาก็แค่แสดงออกมาตามที่เขาต้องการและทำให้มันเกิดขึ้น แม้ว่าจะอยู่ภายใต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์และการโต้แย้ง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ณ จุดนี้ จางกึนซ็อกกำลังเดินอยู่บนทางที่ไม่มีนักแสดงหน้าไหนในประเทศนี้ทำได้ เขากล่าวไว้ว่า “นักแสดงชายส่วนใหญ่ในประเทศของเราเป็นแบบผู้ชายแมนๆ ซึ่งผมไม่อยากถูกจำกัดในเรื่องนี้ ถ้าผมเปิดหนทางใหม่ๆ ก็จะต้องมีใครบางคนทำตามผมใช่มั๊ย?” นี่คือสิ่งที่ดาราคุณภาพควรจะเป็น

ถ้าในอนาคตอันใกล้นี้ จางกึนซ็อกได้แสดงบทบาทที่ไม่มีใครสามารถเล่นบทนั้นได้นอกจากเขาเหมือนที่เขาเล่นเป็นอินโฮในเรื่อง YMP แล้วได้รับการรับรองว่างานประสบความสำเร็จ ประกายแห่งการเป็นดาราที่มีคุณภาพและทรงอิทธิพลของเขาก็จะเจิดจรัสออกมา



2012-09-10

[บทความ] จางกึนซ็อกในสายตาของผม

[แปลบทความ] จางกึนซ็อกในสายตาของผม
Cr. jangkeunsukthailand


จางกึนซ็อกในสายตาของผม – เขียนขึ้นหลังจากงาน Cri Show ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2555

วันที่ 11 ส.ค. 2555 เวลา 19.30 น. Jang Keun Suk Cri Show II ที่ Mercedes-Benz Arena ต้องขอบคุณบริษัท Tong Yi Orange Juice Enterprise ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษเฉพาะในฐานะผู้สนับสนุนงาน Cri Show II ผมจึงได้มีโอกาสเข้าร่วมคอนเสิร์ตครั้งนี้ในฐานะหนึ่งในทีมงาน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้สัมผัสประสบการณ์ไปพร้อมกับเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ของจาง
กึนซ็อก

ก่อนที่จะมาเซ็นสัญญากับน้ำส้ม Tong Yi ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับข่าวของจางกึนซ็อก แต่ท้ายที่สุด ผมก็ได้เข้าใจถึงบุคลิกที่จริงใจ น่ารัก ตรงไปตรงมา ง่ายๆ และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเขา ที่คอนเสิร์ตในวันนี้ ผมได้เห็นจางกึนซ็อกคนที่มองมุมบวก ทำงานหนัก เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ และต่อสู้กับหนทางของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นทีละก้าวๆ


1. ทำความรู้จักจางกึนซ็อก

1. การถ่ายทำโฆษณา – เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ทะเล้น

แม้ว่าผมจะไม่ได้โชคดีที่ได้ร่วมงานกับจางกึนซ็อกและปาร์คมินยองสำหรับการถ่ายทำโฆษณาในครั้งนี้ แต่ทีมงานหลายๆ คนที่มีส่วนร่วมได้แชร์ประสบการณ์ของพวกเขา ซึ่งผมขอสรุปตามนี้ละกัน :
เขาเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีมากๆ ไม่ได้มี “จริตของนักแสดง” เหมือนคนอื่นๆ ในระหว่างการถ่ายทำนั้น เขามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก เขาไม่ได้รู้สึกลำบากใจแม้ว่าเขาจะต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นเพราะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น จริงๆ แล้ว เขายืนยันที่จะถ่ายฉากสุดท้ายให้สมบูรณ์ที่สุด ความขี้เล่นและความตรงไปตรงมาของเขาทำให้บรรยากาศและทุกคนรอบตัวเขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข เขาช่างมีวุฒิภาวะจริงๆ ในช่วงของการถ่ายภาพนิ่ง เขาก็แสดงออกมาอย่างเต็มที่ อันที่จริง ผมแอบได้ยินผู้จัดการ “ถอนหายใจ” ขณะที่เลือกรูปจากงานครั้งนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะเลือกรูปไหนดี จางกึนซ็อกแสดงออกมาได้ดีทุกภาพ ในทางกลับกัน ความสงบเสงี่ยมของปาร์คมินยองอาจทำให้ดูเคร่งขรึมนิดหน่อย (แต่เธอก็ถ่ายช็อตน่ารักๆ ไว้เยอะเหมือนกันนะ!) และเป็นเพราะความแตกต่างกันนี้ ทำให้ท่าทางของจางกึนซ็อกออกจะ “ล้นๆ” โดยเฉพาะเวลาที่จับให้เขาอยู่ข้างๆ ปาร์คมินยอง ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ถ่ายภาพได้เยอะ ทำให้มีรูปถ่ายเพียงพอที่จะอัดออกมาใช้งาน


2. งานแถลงข่าว Tong Yi – พลังแห่งการกอดของเขา

จางกึนซอกและปาร์คมินยองเปิดตัวในฐานะพรีเซนเตอร์ของสินค้านี้อย่างเป็นทางการที่งานแถลงข่าวในกรุงปักกิ่ง พวกเราได้เตรียมการจัดระเบียบให้แฟนคลับบางส่วนได้มีส่วนร่วมกับนักแสดงทั้งสองบนเวที

แฟนคลับผู้โชคดีสองคนได้รับการคัดเลือกจากจางกึนซ็อกและปาร์คมินยองตามลำดับ ในช่วงนี้ พวกเขาได้รับเชิญให้ขึ้นไปอยู่บนเวทีกับไอดอลของพวกเขาอย่างใกล้ชิด แฟนคลับทั้งสองหลั่งน้ำตาด้วยความตื่นเต้นเมื่อความโชคดีเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

ในช่วงต่อมา มีแฟนคลับที่พิเศษมากๆ อีกสองคน เป็นคุณป้าวัย 53 ปี และเด็กอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นแฟนคลับที่อายุน้อยที่สุด (แฟนคลับอายุ 12 ปีผู้นี้ใช้เวลาหามรุ่งหามค่ำเขียนจดหมายที่ยาวมาก ทำให้สัมผัสได้ถึงการแสดงความรักที่มีต่อปาร์คมินยองผ่านทางตัวอักษร เธอขอร้องไม่ให้พวกเราตัดสิทธิ์เธอจากการเข้าคัดเลือกครั้งนี้เพียงเพราะว่าอายุของเธอ จดหมายฉบับนี้กินใจพวกเราเป็นอย่างมาก และเธอก็มาร่วมงานนี้กับผู้ปกครอง) การแสดงออกของแฟนคลับทั้งสองคนนี้แสดงให้เห็นถึงระดับความนิยมที่มีต่อจางกึนซ็อกและปาร์คมินยอง

“หนีห่าว”(สวัสดี!) จางกึนซ็อกทักทายแฟนคลับทั้งสองคนในภาษาแมนดารินที่เขาเพิ่งเรียนมาสดๆ ร้อนๆ และเขาก็ยังมอบกอดอันแสนอบอุ่นให้กับพวกเขา คุณจะรับรู้ได้ถึงความจริงใจและความน่าหลงใหลของเขาผ่านอ้อมกอดอันแข็งแรงที่เขามอบให้ ตลอดช่วงเวลานี้นักแสดงทั้งสองสุภาพมากๆ ผู้ชมที่มางานนี้ต่างหัวเราะกันไม่หยุดและทักทายนักแสดงทั้งสองอย่างจริงใจ เปรียบเทียบกันระหว่างสองคนนี้ ปาร์คมินยองดูจะสงวนท่าทีอยู่บ้าง เธอค่อนข้างสุภาพมากกว่าในการมอบกอดให้กับบรรดาแฟนคลับเมื่อเทียบกับกอดอันอบอุ่นของจางกึนซ็อก ในช่วงสุดท้ายของงาน พวกเขาได้ถ่ายรูปร่วมกันและปรินซ์ของเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างสูงอีกเช่นเคย


3. Happy Camp ของจางกึนซ็อก – ความซื่อสัตย์และความโด่งดังของปรินซ์

จางกึนซ็อกแสดงความขี้เล่นของเขาให้พวกเราเห็นผ่านรายการ Happy Camp ฉากที่ผมประทับใจที่สุดคือตอนที่จางกึนซ็อกล้มกลิ้งลงไปนอนบนพื้นหลังจากที่เขา “เนรมิต” ฟองยักษ์ขึ้นมา ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ผมต้องบอกว่าคุณชายรูปหล่อคนนี้น่ารักมากๆ O(∩_∩)O! ที่ลืมไม่ได้ก็คือท่าเต้นเฉพาะตัวของเขา – วางมือขวาลงบนพื้น กางขาออกแล้วโยกสะโพกขึ้นลง ทุกคนไม่สามารถกลั้นหัวเราะให้กับความทะลึ่งของเขาได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหัวเราะให้กับความทะลึ่งและขี้เล่นของตัวเองทั้งๆ ที่เคยทำมาแล้วหลายครั้ง คุณจะถูกดึงดูดใจไปกับความร่าเริงของเขาอย่างแน่นอน อย่างตอนที่ Ho Ling หยิบขวดน้ำส้ม Tong Yi (ที่ไม่มีฉลาก) ออกมา สุดหล่อจางก็ชี้ไปที่ขวดและพูดออกมาด้วยความใสซื่อทันทีว่า “น้ำส้ม Tong Yi วิตามินซีมาก ยิ่งสวยมาก!” ทุกคนต่างตกตะลึงที่เขาสามารถจำเครื่องดื่มที่ไม่มีฉลากได้! เขาเป็นคนตรงไปตรงมาจริงๆ – เห็นผลิตภัณฑ์ปุ๊บก็พูดสโลแกนออกมาทันที ดูจะเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับเขา
จากรายงานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน – การปรากฎตัวเป็นพิเศษครั้งแรกของจางกึนซ็อกในรายการ Happy Camp มีเรตติ้งสูงกว่าพิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เซี่ยงไฮ้ซึ่งมีนักแสดงจากนานาประเทศเข้าร่วมงานมากกว่า 400 คน ด้วยเรตติ้งจากผู้เข้าชมรายการ 2.54% และเรตติ้งจากผู้ชมทางทีวี 6.49% (สถิติการสำรวจอย่างเป็นทางการของ CNS Chinese Media) รายการ Happy Camp ที่มาพร้อมกับจางกึนซ็อก กลายเป็นผู้ชนะ! เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2555 จางกึนซ็อกมาเป็นแขกรับเชิญที่ Wiebo เพื่อให้สัมภาษณ์พิเศษกับแฟนๆ ของเขาเกี่ยวกับงาน Cri Show II 2012 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ในวันที่ 11 สิงหาคม และจางกึนซ็อกก็สามารถทำลายสถิติได้อีกครั้ง เพราะในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงของการถาม-ตอบแบบสั้นๆ มีคำถามถามเข้ามามากถึง 420,000 คำถาม เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่พิสูจน์ความโด่งดังของจางกึนซ็อก


4. ทำตัวเหมือนผู้หญิง

ผมรู้ว่าคนรอบๆ ตัวผมและผู้คนอีกมากมายที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเขาดูแต๋วมาก หรือไม่ก็โฉ่งฉ่างมาก บอกไม่ได้เหมือนกันว่าจากภาพที่เห็นเขาเป็นผู้ชายหรือเป็นผู้หญิง แต่ผมอยากจะให้ความเห็นสัก 2 ข้อ :
1. ลึกๆ ในตัวของจางกึนซ็อก เขาไม่ได้เป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน เขามีแต่ความใสซื่อเหมือนเด็กๆ
2. จางกึนซ็อกไม่ได้ดูเป็นแต๋ว จริงๆ แล้ว เขาเป็นคนที่หล่อจนดูเหมือนสวย
ระหว่างการสนทนาผ่านทาง Weibo เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม มีคนถามถึงความปรารถนาที่ยังไม่สมหวังของเขา เขาตอบอย่างขี้เล่นว่า “ห้องอาบน้ำหญิง” ชาวเน็ตคนหนึ่งถามเขาว่าเขาอยากจะไปที่ไหนถ้าหากมีโอกาสย้อนเวลากลับไปได้ จางกึนซ็อกตอบกลับทันทีว่า “กลับไปตอนที่ผมอายุ 4 ขวบ ผมจะเข้าไปห้องอาบน้ำหญิง! ฮ่า ฮ่า!” ต่อเนื่องกับเรื่องนี้ ชาวเน็ตบางคนเลยแนะนำให้จางกึนซ็อกแต่งตัวเป็นผู้หญิงแล้วเข้าไปห้องอาบน้ำหญิงซะเลย เพราะเขาหน้าสวยอยู่แล้ว จางกึนซ็อกตอกกลับไปว่า “มีบางอย่างที่ดูเหมือนพวกคุณจะยังไม่เข้าใจนะ ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่ง!” เราจะเห็นถึงความขี้เล่นในการตอบคำถามของเขาและในขณะเดียวกันก็ยังสร้างอารมณ์ขันให้แก่ปลาไหลด้วย (เครดิต http://www.sina.com.cn)



2. การแสดงสด Cri Show


1. วิธีการสื่อสาร: อย่าถ่ายรูปนะ มองมาที่นัยน์ตาของผม

สืบเนื่องจากประเด็นการถ่ายภาพของบรรดาแฟนคลับในคอนเสิร์ต Cri Show ของเขา จางกึนซ็อกได้สื่อสารด้วยความจริงใจซึ่งเป็นอะไรที่โดนใจมากๆ เขาบอกแฟนคลับของเขาว่าถ้าแฟนคลับอยากจะถ่ายรูปของเขาจริงๆ นั้น เขาก็จะไม่ห้าม แต่เขาก็หวังที่จะได้สบตาแฟนๆ เพื่อสื่อสารกันทางสายตา เขากล่าวว่า เขาชอบความรู้สึกเวลาที่ได้สบตาคนอื่น เขาอยากให้แฟนๆ ของเขาใช้ตาในการจ้องดู ใช้หูในการฟัง ใช้ใจในการรู้สึก และไม่ยุ่งอยู่แต่กับการถ่ายรูป เพราะนั่นจะเป็นการละเลยตัวจริงที่จับต้องได้ของจางกึนซ็อก เป็นการทำลายบรรยากาศแห่งความสุขและลดความสนุกในโลกของความจริงไปด้วย

วิธีการสื่อสารกับแฟนๆ ของจางกึนซ็อกที่คอนเสิร์ตนั้นโดนใจผมมากๆ ผมสามารถสัมผัสได้ว่าเขาทำด้วยความจริงใจจริงๆ หวังว่าสักวันหนึ่ง ภาษาแมนดารินของเขาจะคล่องพอที่จะไม่ต้องใช้ล่ามและสามารถสื่อสารได้โดยตรงกับแฟนๆ ของเขา เมื่อถึงตอนนั้นปลาไหลทั้งหลายคงโชคดี! วันนั้นคงจะมาถึงและคุ้มค่าแก่การรอคอย! ในทำนองเดียวกัน เคยมีศิลปินหลายคนที่ขอร้องให้แฟนๆ งดถ่ายภาพในคอนเสิร์ต อย่างเช่น Soda Green และ Wallace Chung


2. วิธีการสื่อสาร: ปลอดภัยไว้ก่อน อย่าตามรถ สัญญานะ

สืบเนื่องจากกระแสการเช่ารถและไล่ตามศิลปินของบรรดาแฟนคลับ จางกึนซ็อกจึงได้พยายามสื่อสารไปยังทุกคนในคอนเสิร์ต Cri Show ของเขา เขาวอนทุกคนไม่ไห้ตามรถของเขาในระยะประชิด เพราะมันอันตรายมาก เขาพยายามที่จะสอนและบอกปลาไหลให้มีเหตุผล เขาเตือนให้ต่อต้านการกระทำของปลาไหลที่เป็นการรักอย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งสูญเสียสำนึกของความมีเหตุมีผล ไม่สนใจความปลอดภัยของตัวเอง ไม่สนใจความรู้สึกของผู้อื่น และเป็นเหตุให้คนอื่นต้องลำบากไปด้วย เขาได้ทำสัญญากับแฟนๆ ของเขาในงาน Cri Show เขาพยายามวิเคราะห์เหตุการณ์ให้เห็นภาพ เขาบอกกับแฟนๆ ว่าถ้าพวกเขายังทำพฤติกรรมแบบนี้อยู่ เขาอาจจะไม่สามารถกลับมาที่ประเทศจีนได้อีก เขาจึงขอร้องแฟนๆ ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น

แต่ถึงกระนั้น จากข้อมูลใน weibo ของจางกึนซ็อกและฟีดแบคจากบรรดาแฟนคลับ แฟนๆ จำนวนมากยังคงตามติดรถของเขา ซึ่งเมื่อคืนนี้ ซาแซงเหล่านั้นตามหลังเขาไปติดๆ ไม่เพียงแค่นั้น พวกเขายังตามไปถึงที่ที่จางกึนซ็อกและทีมงานทานข้าวกัน และเพื่อความปลอดภัย พวกเขาเกือบจะถูกขอร้องให้ออกจากร้านทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทานข้าวด้วยซ้ำ จางกึนซ็อกได้โพสต์รูปที่มีไฟหน้ารถส่องตรงมาที่เขาซึ่งส่งผลต่อการขับรถของพวกเขา ในที่สุด จางกึนซ็อกก็ลบโพสต์ของเขาใน Weibo ออกไปเกือบสิบโพสต์ เหตุการณ์นี้ไม่ได้จบลงด้วยดีแต่อย่างใด ถึงตอนนี้ ผมอยากจะถือโอกาสให้คำแนะนำแก่แฟนคลับทั้งหลายว่าการไล่ตามไอดอลนั้นจะต้องสมเหตุสมผล สำหรับดาราอย่างจางกึนซ็อกซึ่งเกิดในปี 1987 และทำงานอย่างหนักนั้น เราก็ควรจะมอบความรักให้เขาอย่างมีเหตุผล ซึมซับแง่คิดดีๆ จากเขา เติบโตไปพร้อมๆ กับเขา นี่แหล่ะคือการสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่คุณสามารถให้เขาได้ โอ้ เมื่อมาคิดๆ ดูแล้ว ระหว่างการแสดง Cri Show นั้นเขาพูดภาษาแมนดารินขึ้นมาว่า “อย่าละเมิดลิขสิทธิ์” ฮ่า ฮ่า เขาน่ารักจริงๆ นี่คือวิธีการที่จะสนับสนุนเขาได้เหมือนกัน!



3. ฉลองครบรอบ 20 ปี การค้นหาตัวตนที่ถูกลืม

ทั้งคอนเสิร์ตถูกสร้างขึ้นในธีมโรงละครสัตว์ภายใต้ฉากที่แตกต่างกันสามฉาก ผมจำรายละเอียดที่ชัดเจนของคอนเสิร์ตไม่ได้ แต่โดยสรุปแล้ว มันแสดงให้เห็นถึงความทรงจำที่เขาคิดถึงในวัยเด็ก เมื่อมองย้อนกลับไป จะเห็นภาพแอนิเมชั่นเป็นรูปป่า ต้นไม้ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แล้วก็ยังมีผีเสื้อและดวงดาวที่ยังคงงดงามในช่วงวัยเด็ก 20 ปีผ่านไป เขารู้สึกเสียดายที่เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มันอาจจะบรรยายให้เห็นถึงความทรมานที่เขาต้องเผชิญในฐานะนักแสดงในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมากับวงการนี้ อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงซื่อสัตย์ เขามีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินการจัดคอนเสิร์ตเพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเขา ในส่วนของอุปสรรคทางภาษา มีล่ามอยู่บนเวทีเพื่อช่วยเหลือเขาในการสื่อสารกับแฟนๆ การออกแบบทั้งหมดในคอนเสิร์ตล้วนเป็นความคิดของเขาด้วย ในความเห็นของผม ท่ามกลางนักแสดงมากมาย เขาเป็นคนหนึ่งที่มีค่ามากๆ รอยยิ้มของเขายังคงเต็มไปด้วยความใสซื่อไร้เดียงสา!



4. คติพจน์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือการเอาชนะตัวเอง

ผมคิดว่าคอนเสิร์ตนี้เป็นการแสดงที่มีการวางแผนแบบองค์รวมมากที่สุด ด้านมืด ความชั่วร้าย และความปรารถนาของมนุษย์ถูกแสดงออกมาผ่านการเต้น ภาพแอนิเมชั่น ดนตรี และการใช้ภาพลักษณ์สีขาวและสีดำสะท้อนให้เห็นถึงด้านตรงข้ามกันของความเป็นมนุษย์ จางกึนซ็อกสีดำและจางกึนซ็อกสีขาวแสดงให้เห็นถึงแง่มุมทั้งสองด้านของเขา จากภาพใน VTR เราจะเห็นเทพบุตรจางกึนซ็อกในชุดขาวเดินเข้าไปหากระจกวิเศษ ซึ่งภายในนั้นปรากฎภาพจางกึนซ็อกในชุดดำสะท้อนด้านมืดของตัวเขาเอง การแสดงของเขาเป็นอะไรที่คาดเดาไม่ได้ – ทั้งในยามดีและยามร้าย ตรงกลางของเวทีมีกระจกที่ดูซับซ้อนมากอันหนึ่ง ภายในนั้นมีภาพที่แตกต่างกันไป ทั้งแสงสีที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งเส้นคลื่นหลากหลายเส้น แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้เพื่อแรงปรารถนาตามธรรมชาติของมนุษย์ ฉากที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือตอนที่จางกึนซ็อกใส่ชุดสีดำและถูกจับแขวนอยู่ในที่สูง ขณะที่เขากำลังดิ้นรนอยู่กลางอากาศ เขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าใยแมงมุมสีแดงขนาดใหญ่ ซึ่งก่อนหน้านี้ จากภาพใน VTR เราจะเห็นฉากที่จางกึนซ็อกในชุดสีขาวตกลงมาอยู่ใยแมงมุมขนาดใหญ่เหมือนกัน

ในความคิดของผม มันสามารถตีความได้สองแบบ ใยแมงมุมเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนา ช่องว่างของความปรารถนาถูกเติมเต็มด้วยความปรารถนา ความยุติธรรมและความเลวของมนุษย์ ด้านที่สวยงามของความเมตตาและด้านมืดของความชั่วร้าย อันเป็นจุดกำเนิดของเทพบุตรและปีศาจเพื่อเป็นตัวแทนของสิ่งเหล่านั้น ใยแมงมุมซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแรงปรารถนาถูกต้านทานโดยเทพบุตร ในทางกลับกัน ปีศาจจะถูกดึงดูดเข้าไปในใยแมงมุม ในที่สุด ทั้งสองฝ่ายจะไปรวมกันในช่องว่างสามมิติภายในร่างกายมนุษย์และเกิดการต่อสู้กัน ถ้าเทพบุตรชุดขาวชนะ มันก็จะถอยห่างออกจากใยแมงมุม แต่ถ้าปีศาจสามารถตอบโต้เทพบุตรได้ก็จะหาทางเข้าไปใกล้ใยแมงมุมได้ แต่เราจะไม่เห็นการต่อสู้กันของทั้งสองฝ่าย เมื่อเทพบุตรแสดงพลังงานในด้านบวก พลังงานในด้านลบของปีศาจก็จะล่าถอยออกไป ซึ่งพลังงานจะเพิ่มกำลังขึ้นอย่างเป็นอิสระต่อกัน

การตีความอีกแบบหนึ่งสามารถอธิบายได้ว่าใยแมงมุมเป็นสัญลักษณ์ของความทะเยอทะยาน ร่างกายต้องการเข้าใกล้มันแต่ขึ้นอยู่กับเทพบุตรและปีศาจในตัวเรา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงแง่มุมทั้งด้านที่เป็นอุดมคติและความเป็นจริง ความสัมฤทธิ์ผลของอุดมคติขึ้นอยู่กับผลของการต่อสู้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการตีความแบบไหน เราก็ต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ เราจึงจะเป็นเจ้านายของตัวเอง!
ในฐานะไอดอลของคนวัยหนุ่มสาว ข้อความที่จางกึนซ็อกส่งถึงแฟนๆ ของเขาใน Cri Show ครั้งนี้คือการทำงานหนักและการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แต่ผมมีความกังวลบางอย่าง ในแง่ศิลปะ ทำให้เห็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนซึ่งน่ากลัวและหดหู่ ผมเดาว่านั่นเป็นความจำเป็นในการแสดง ซึ่งผมเชื่อในความสามารถของแฟนคลับที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างพลังงานในด้านบวกและลบได้
เขาพูดถึงคอนเสิร์ต Cri Show ที่เซี่ยงไฮ้ในครั้งนี้ว่าเขาเป็นคนวางแผนงานด้วยตัวเอง ผมเข้าไปเสิร์ชดูใน google และพบว่าเขาได้รับรางวัลมามากมาย ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2555 เขาได้รับรางวัลพิเศษในงานเทศกาลหนังสั้นของญี่ปุ่น จางกึนซ็อกทำเองทั้งหมดตั้งแต่เขียนบท กำกับ ตัดต่อ และแสดงในหนังสั้น ความจริงที่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนคือเขาทำงานหนักบนพื้นฐานของพรสวรรค์ในตัวเขา ผมเชื่อว่านี่เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ในอนาคต เขาจะมีการแสดงที่โดดเด่นมากกว่านี้และอุทิศตัวเองให้กับการทำงานทั้งหมด นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราต้องคอยติดตามสถิติแฟนคลับว่าจะทะลุ 10-20 ล้านคนหรือไม่ และคอนเสิร์ตครั้งต่อๆ ไปที่เขาจะลงมือควบคุมด้วยตัวเอง รวมถึงสถานะในการเป็น World Prince ด้วย!

5. ถ้ามียอด follower ทะลุ 20 ล้านคน ผมจะซื้อบ้านที่ประเทศจีน!

เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 Weibo ของจางกึนซ็อกทำลายสถิติมี follower ทั้งหมด 5 ล้านคน สถิตินี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้ในฐานะนักแสดงต่างแดนในประเทศจีน จางกึนซ็อกกล่าว่า “ถ้ายอด follower ขยายไปถึง 10 ล้านคน ผมจะไปเต้น shuffle ที่กำแพงเมืองจีน และถ้าขยายไปถึง 20 ล้านคน ผมจะซื้อบ้านที่ประเทศจีน ซึ่งจะทำให้ผมสามารถพักอยู่ในจีนได้นานขึ้น!” คำพูดของเขาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ของเขาเป็นอย่างมาก จางกึนซ็อกเริ่มอาชีพในปี 2001 เขาพูดในสิ่งที่เขารักจะพูด ซึ่งเขาก็อยู่ในวงการนี้มากว่า 20 ปีแล้ว และเขาก็ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยังคงทำงานหนัก นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเราเชื่อได้ว่าเขาจะได้รับผลตอบแทนสำหรับความพยายามของเขาอย่างแน่นอน


6. ทำงานอย่างหนักเพื่อเป็น World Prince ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วไงล่ะ?

ในตอนนี้เขาคือ Asia Prince ต่อไปจะกลายเป็น World Prince ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วไงล่ะ? นี่คือจางกึนซ็อก “ถ้ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วไงล่ะ?” นี่คือมุมมองหนึ่งของชีวิต การทำงานเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายและต่อสู้อย่างหนัก ถ้าเขาพยายามสุดความสามารถแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ แล้วไงล่ะ? สิ่งนี้ทำให้ผมคิดถึงคำพูดเก่าๆ ที่ว่า ความฝันที่ปราศจากการเย้ยหยันนั้นไม่ควรค่าแก่การจะทำให้สำเร็จ บางทีหลายๆ คนอาจคิดว่าจางกึนซ็อกคือตัวตลกที่อยากจะเป็น World Prince แล้วไงล่ะ?


7. สุดท้ายของท้ายที่สุด

ถ้าผมจำไม่ผิด ในช่วง “เพลงสุดท้าย” ของจางกึนซ็อกจบลงด้วยเพลง 4 เพลง เพลงสุดท้ายเขาเต้นไปกับทุกคนและบรรยากาศก็สนุกสุดยอด ช่างแตกต่างจากที่พวกเราไปยืนตะโกนอยู่ตรงมุมๆ แล้วส่งเสียงกรี๊ดเพื่อสร้างบรรยากาศ การกระทำของเขาแสดงให้เห็นว่าเขาอินไปกับบรรยากาศแห่งความสุขนี้อย่างไร และเหตุนี้สถานที่ทั้งหมดจึงดูมีชีวิตชีวา คุณจะถูกดึงดูดให้เข้าไปในสังเวียนแห่งความสุขโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ! เขาเป็นนักแสดงอย่างแท้จริง ใส่ตัวเองเข้าไปในบรรยากาศบนเวทีอย่างเต็มที่ – ฉีดน้ำใส่ทุกคน บางทีก็โยนผ้าขนหนูที่ชุ่มเหงื่อของเขาไปให้ปลาไหล เดินไปทุกที่ของเวทีรูปตัว T คุกเข่าลงบนพื้นอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อขอบคุณทุกคน นั่งบนลิฟท์ มอบความใกล้ชิดให้กับคนดู สลับไปมาระหว่างด้านที่ติ๊งต๊องและด้านที่อ่อนโยนของเขา เค้าโครงและเรื่องราวทั้งหมดซึ่งบางครั้งก็ใช้ต่างภาษาเพื่อสื่อสารกับทุกๆ คน และด้วยกำลังใจจากเสียงกรี๊ดของแฟนๆ เขาจึงออกมาบนเวทีและเริ่มแสดงอีกครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าทั้งหมดนี้ถูกเตรียมมาอย่างตั้งใจหรือเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่ในกรณีนี้ เขาสามารถนำเสนอออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

และนี่คือ Jank Keun Suk Cri Show II ผมรู้สึกโชคดีอย่างมากที่ได้มีโอกาสร่วมอยู่ในประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมครั้งนี้ และได้เขียนถ่ายทอดความคิดของผมแชร์ให้กับปลาไหลทุกคน



3. คำแนะนำถึงจางกึนซ็อก

1. เรียนภาษาแมนดารินอย่างหนัก ร้องเพลงจีน

พูดตามตรงเลย ผมไม่ใช่ปลาไหล แต่เป็นเพราะงานของผมที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับจางกึนซ็อก มีหลายเพลงในคอนเสิร์ตที่ผมไม่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม ผมชื่นชมเพลงเหล่านั้นเพราะท่วงทำนอง ผมรู้สึกว่าหลายเพลงในคอนเสิร์ตนี้ไม่เหมาะที่จะสร้างความตื่นเต้น เพลงส่วนใหญ่นั้นมาจากละคร ผมได้ทำการสัมภาษณ์มาบ้างและดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะรู้จักเพลงที่เขาร้อง จากที่ผมรู้มา จางกึนซ็อกปล่อยอัลบั้มแรกของตัวเองที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2554 และในวันเดียวกันนั้นก็สามารถขึ้นไปอยู่อันดับสูงสุดของ Oricon Chart และทำลายสถิติของเอเชีย ผมเลยอยากจะเห็นผลงานและเพลงที่เป็นภาษาจีนซึ่งสามารถร้องตามได้อย่างเพลงคลาสสิคเหมือนที่ผมชอบ


2. ฝึกจังหวะการเต้น เต้นให้ดีขึ้นในอนาคต

จากที่ผมเห็นในคอนเสิร์ตสดครั้งนี้ จังหวะการเต้นของจางกึนซ็อกดูไม่ค่อยถูกหลักและธรรมดามาก ผมจึงอยากแนะนำให้เขาเรียนเต้นจากครูสอนเต้นเพื่อฝึกฝนจังหวะการเต้นที่เหมาะสมกับเขามากกว่านี้ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าปลาไหล และเป็นรางวัลให้กับปลาไหลของเขาเช่นเดียวกับการไล่ตามความฝันของเขาในวงการเพลง


3. ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ตอนนี้ผอมเกินไป

เท่าที่ผมสังเกตเห็น ขาของเขามีขนาดเล็กมากๆๆๆๆ ความผอมมากๆ แบบนี้ไม่สมส่วนกับความสูงของเขาเลย จากข้อมูลประวัติส่วนตัวของเขาใน Baidu เขาสูง 180 ซม. หนัก 63 กก. เห็นได้ชัดเลยว่าเขาผอมเอามากๆ อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตแบบใกล้ๆ เขาดูไม่เหมือนคนสูงถึง 180 ซม. เลยนะ


4. ซื่อสัตย์กับตัวเองต่อไป

ผมจะไม่เขียนอะไรเกี่ยวกับเขามากเกินไปโดยปราศจากข้อเท็จจริง พูดตามตรงเลยนะ ผมยังไม่เคยดูผลงานของเขาอีกหลายชิ้น ผมเคยดูแค่ “You are beautiful” และ “Baby and I” แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสนับสนุนเขา เขาเกิดในปี 1987 Han Han [Kate’note: นักแข่งรถ นักเขียน และนักร้อง] เกิดปี 1982 Liu Xiang [Kate’s note: นักกรีฑาโอลิมปิก] เกิดปี 1983 เหล่านี้คือคนที่ประสบความสำเร็จในช่วงวัยเดียวกัน ผมชื่นชมพวกเขาในขณะเดียวกันก็ซึมซับพลังบวกจากพวกเขาเพื่อให้ตัวเองก้าวย่างสู่ความสำเร็จ มาคิดๆ ดูแล้ว คนที่ผมชอบดูเหมือนจะมีคุณลักษณะเหมือนๆ กันเลยนะ!


5. ก้าวไปข้างหน้าต่อไป

อย่าปล่อยให้พรสวรรค์ของคุณถูกระบายทิ้งไปเฉยๆ สู้ๆ! ยังมีช่องทางอีกเยอะสำหรับการพัฒนาตัวเอง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป หนทางข้างหน้าอาจจะยากลำบาก ดังนั้นต้องทำงานหนักต่อไปนะ!
4. โฆษณา
1. ผมรักจางกึนซ็อก ผมรักน้ำส้ม Tong Yi !
2. น้ำส้ม Tong Yi วิตามินซีมาก ยิ่งสวยมาก!
3. ทุกครั้งที่ผมดื่มน้ำส้ม Tong Yi ผมจะคิดถึงจางกึนซ็อก!
4. ทุกครั้งที่ผมคิดถึงจางกึนซ็อก ผมจะดื่มน้ำส้ม Tong Yi !
5. เว็บไซต์ Weibo ของ Tong Yi http://e.weibo.com/t...chengduo?type=0
ปลาไหลที่รัก ได้เวลาไปสอบแล้ว! O(∩_∩)O ฮ่า ฮ่า~

หมายเหตุ: คนที่อยากจะรู้จักจางกึนซ็อกให้มากขึ้นควรต้องอ่านบทความนี้ บุคคลที่เขียนบทความนี้ไม่ได้เป็นปลาไหล (แฟนคลับจางกึนซ็อก) และเขาก็เป็นผู้ชาย ความคิดเห็นของเขาค่อนข้างเป็นกลางในสายตาของคนที่มองจางกึนซ็อก ต้องขอขอบคุณ Wendy Yeo ที่แปลบทความดีๆ นี้ให้พวกเราได้อ่านกัน

Original article: http://blog.sina.com...d301011wiz.html
English Translation: Wendy Yeo in ECI
Thai Translation: @tikka0126+ Kate K-Gang